• เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร

เลิกจ้างเพราะเหตุทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่

พิมพ์ PDF



คำพิพากษาศาลฎีกาที่  10565/2559
  เลิกจ้างเพราะเหตุทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่
พรบ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518  ม. 123 (3) ,  พรบ.คุ้มครองแรงงาน  พ.ศ. 2541   ม. 119
ประมวลกฎหมายอาญา ม.
295,   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 583
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3),   พรบ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522  ม. 33

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม  และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน   ละทิ้งหน้าที่  ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน   ให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ   เป็นกรณีร้ายแรง   จำเลยร่วมจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย

โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ว่า จำเลยร่วมเลิกจ้างโจทก์เป็นการฝ่าฝืนพรบ. แรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 123   คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ พิจารณา   และวินิจฉัยว่า     การที่จำเลยร่วมเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นการฝ่าฝืน พรบ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 123   ไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์  

โจทก์เห็นว่า คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย   จึงได้นำคดียื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง  ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า   การละทิ้งหน้าที่ของโจทก์เป็นกรณีขณะเกิดเหตุ โจทก์หยุดพักเครื่องจักร  โดยไม่ได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย  จึงไม่ถือว่า เป็นความผิดกรณีร้ายแรง  และเพื่อนร่วมงานซึ่งได้รับอันตรายไม่ถึงขั้นบาดเจ็บร้ายแรง  เหตุเกิดเพียงชั่วครู่  หลังเกิดเหตุโจทก์ยังกลับไปทำงานต่อ  ไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง   การที่จำเลยร่วมเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 123  เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม   เห็นสมควรให้จำเลยร่วมรับโจทก์กลับเข้าทำงานและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์  และพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ 

จำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา   

ศาลฎีกาเห็นว่า  การละทิ้งหน้าที่ของโจทก์โดยการปิดเครื่องจักรแล้วไปก่อเหตุหาเรื่องชกต่อย ทำให้เพื่อนร่วมงานได้รับบาดเจ็บ   และผู้ร่วมงานมิได้ตอบโต้  อันเป็นการกระทำความผิดอาญาข้อหาทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ  ย่อมเป็นการให้เกิดความเสียหายแก่การปกครอง แตกแยกสามัคคี ผิดศีลธรรมอันดี  ทำให้จำเลยเสียหายเป็นกรณีร้ายแรง  การที่จำเลยร่วมออกระเบียบข้อบังคับฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและดูแลบริหารจัดการพนักงานจำนวนมากให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข    และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยร่วมไม่ประสงค์ให้พนักงานทุกระดับกระทำการดังกล่าว และถือเป็นกรณีร้ายแรง    การที่โจทก์เก็บความไม่พอใจไว้แล้วละทิ้งนานถึง 3 วัน   และเข้าทำร้ายเพื่อนร่วมงาน โดยไม่สนใจต่อกฎระเบียบข้อบังคับของจำเลยร่วม  ไม่มีความยำเกรงต่อผู้บังคับบัญชา  จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง  การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม   พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

  **********************************************

ย่อและเรียบเรียง-ทนายจำเลยร่วม (อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาต่อศาลฎีกา)  โดย :
ทนายศศินันท์  จงธนพิพัฒน์    
 ( Ms. SASINUN CHONGTHANAPIPAT)  Tel :  089-8811786


LAST_UPDATED2